9 แนวคิดต้นแบบที่เราอยากชวนคุณมาช่วยกัน เปลี่ยนออฟฟิศให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน

👩‍💻ชวนคุณมาปักหมุดเริ่มต้นสร้างออฟฟิศสีเขียวลดขยะ เริ่มต้นด้วยแนวคิด พฤติกรรมและระบบการจัดการขององค์กรที่ออกแบบเพื่อความยั่งยืน ♻️
.
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2566 ระบุว่าแรงงานในระบบที่ได้รับความคุ้มครองตามหลักประกันทางสังคมมีอยู่ประมาณ 19 ล้านคน ซึ่งคนเหล่านี้ล้วนมีสถานที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานหรือออฟฟิศก็ตาม
.
คนโดยทั่วไปใช้เวลาอยู่ในสถานที่ทำงานเฉลี่ยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 8-10 ชั่วโมง คิดเร็วๆ ก็เท่ากับว่าใน 1 เดือนต้องอยู่ในออฟฟิศประมาณ 200 ชั่วโมง ใน 1 ปีรวมๆ แล้วก็ไม่น้อยกว่า 2000 ชั่วโมงเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเราใช้เวลาในสถานที่ทำงานกันไม่น้อยหรืออาจจะมากกว่าอยู่บ้านด้วยซ้ำ
.
โดยแต่ละออฟฟิศหรือสถานที่ทำงานของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมก็จะต้อง
เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน รวมถึงการสร้างบรรยากาศเพื่ออำนวยความสะดวกในรองรับให้คนจำนวนมากมาอยู่ร่วมกัน
.
❓แต่สิ่งเหล่านั้นได้คำนึงถึงความยั่งยืนและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วยหรือไม่? ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนที่มนุษย์ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นในระดับตัวบุคคลอาจไม่ทันการณ์ สถานที่ทำงานและนายจ้างเองก็ควรมีส่วนในการกำหนดนโยบายและส่งเสริมให้พนักงานปฏิบัติตามเป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยลดผลกระทบจากขยะจำนวนมากที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวันลงได้…… เริ่มต้นกันเลยที่ออฟฟิศของคุณทุกคน
😍 9 แนวคิดต้นแบบที่เราอยากชวนคุณมาช่วยกันเปลี่ยนออฟฟิศน่าอยู่อย่างยั่งยืนมีดังนี้
👉แต่งตั้งตำแหน่งพนักงานดีเด่นด้านความยั่งยืน
เพื่อเป็นการให้กำลังใจผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยการสนับสนุนทางบวกที่จะช่วยปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรมในองค์กรภาพรวม
👉ระบบตรวจสอบเส้นทางขยะในออฟฟิศ
ก่อนที่เริ่มต้นแอคชันใดๆ อย่างแรกที่ต้องมองให้เห็นร่วมกันคือจำนวนขยะที่แต่ละออฟฟิศผลิตมามีข้อไหนบ้างที่สามารถทดแทนด้วยทางออกอื่นที่ยั่งยืนมากกว่า เช่น แก้วกระดาษใช้แล้วทิ้งหรือจานพลาสติก เพื่อนำไปสู่การหาทางแก้ไขที่ช่วยลดปริมาณขยะที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ลง หลังจากนั้นจึงเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการตั้งแนวทางปฏิบัติใหม่ทำการประเมินผลการดำเนินงานและวัดผลลัพธ์จากแอคชันที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
👉เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็กๆ ในระดับบุคคล
องค์กรสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมได้ด้วยการระบุสิ่งที่ต้องการให้พนักงานทำให้ชัดเจน โดยจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการปฏิบัติ สร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อให้ทุกคนในองค์กรมั่นใจที่จะร่วมด้วยช่วยกันโดยไม่ลังเล
👉สังคม (ลด-ละ) ไร้กระดาษ
เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เราสามารถทำงานบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น เป็นการช่วยลดการใช้ทรัพยากรกระดาษที่นอกจากต้องการพื้นที่จัดเก็บ ทั้งยังประหยัดค่าหมึกพิมพ์ และที่สำคัญช่วยรักษาต้นไม้ให้ไม่ถูกโค่นนำมาเป็นกระดาษที่เราใช้ๆ อยู่ไม่กี่ครั้งนั่นเอง
👉แบนวัสดุใช้แล้วทิ้ง
อาหารกลางวันเป็นมื้อที่พนักงานจะได้ใช้เวลาพักกินข้าวร่วมกัน การที่ในห้องครัวของออฟฟิศเตรียมจาน ชาม ช้อน ส้อม ที่สามารถเก็บล้างนำมาใช้ต่อได้ จึงช่วยลดการทิ้งวัสดุที่ไม่จำเป็นในแต่ละวัน รวมๆ กันก็เป็นทรัพยากรจำนวนมหาศาลในแต่ละปีที่จะช่วยโลกของเรา
👉จุดเติมน้ำกรองสะอาดสำหรับทุกคน
ขวดพลาสติจำนวนมากที่ถูกทิ้งกลายเป็นขยะในแต่ละวันจะลดลงทันทีเมื่อมีจุดเติมน้ำ ทั้งยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าพนักงานที่ต้องซื้อน้ำขวดมาดื่มเองทุกวันๆ ได้อีกทาง
👉จุดทำปุ๋ยหมัก
การจัดสรรพื้นที่สำหรับวางถังหมักขยะอินทรีย์ที่เกิดขึ้นภายในออฟฟิศ โดยนำมาเป็นปุ๋ยใช้สำหรับต้นไม้ สร้างพื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อนสายตาหลังจากจ้องหน้าจอนานๆ ทั้งยังเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเกิดจากขยะอินทรีย์เหล่านี้เมื่อถูกนำไปฝังได้อีกทาง
👉จูงใจด้วยการแข่งขัน
ร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการรีไซเคิลด้วยการแข่งขันกันเองภายในองค์กร เพื่อทำให้เกิดความสนุกสนานและสร้างความท้าทาย เช่น การวัดจำนวนการใช้ถุงพลาติกในแต่ละวัน ใครแพคอาหารในกล่องมารับประทานจะได้แต้มพิเศษ โดยมีของรางวัลเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง
👉การสร้างความรู้ความเข้าใจ
เป็นต้นทุนที่ต้องมีเรื่องงบประมาณและเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง การให้สร้างความตระหนักผ่านการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ การเตรียมความรู้และถังขยะที่เหมาะสมกับการแยกประเภท ซึ่งเมื่อพนักงานมีองค์ความรู้ที่ถูกต้องนี้ติดตัวไปแล้ว สามารถนำไปถ่ายทอดต่อให้กับคนใกล้ตัวหรือนำไปประยุกต์ใช้ในครัวเรือนต่อไป
.
.
.
ทั้งนี้การจะสร้างแรงจูงใจให้องค์กรหรือห้างร้านต่างๆ หันมาสร้างบรรยากาศเพื่อลดการสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมก็อาจต้องใช้แรงสนับสนุนจากภาครัฐ (นโยบายทางภาษีหรือเงินอุดหนุน) ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นและสร้างความร่วมมือในระดับประเทศทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนและยั่งยืนต่อไป
Facebook
Email

Related Posts

แยกขยะในออฟฟิศ เริ่มต้นยังไงดี? มีใครเคยได้รับโจทย์นี้จากเจ้านายกันบ้าง? CEO RAAKDIN มีคำตอบ

แยกขยะในออฟฟิศ เริ่มต้นยังไงดี? มีใครเคยได้รับโจทย์นี้จากเจ้านายกันบ้าง? CEO RAAKDIN มีคำตอบ แยกขยะในออฟฟิศ เริ่มต้นยังไงดี? มีใครเคยได้รับโจทย์นี้จากเจ้านายกันบ้าง?    CEO RAAKDIN มีคำตอบ   1. ต้องเข้าใจว่าขยะขององค์กรมีอะไรบ้าง 2. ต้องรู้ว่าปลายทางของขยะแต่ละประเภทจะถูกส่งไปที่ไหน 3. เริ่มแยกขยะเศษอาหารก่อนเลย

Read More

ขอบคุณพี่ๆ ทีมงานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ให้โอกาสรากดินไปแนะนำวิธีใช้เครื่องย่อยเศษอาหาร เพื่อทำการทดลองใช้เครื่องกันจริงๆ

ขอบคุณพี่ๆ ทีมงานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ให้โอกาสรากดินไปแนะนำวิธีใช้เครื่องย่อยเศษอาหาร เพื่อทำการทดลองใช้เครื่องกันจริงๆ ขอบคุณพี่ๆ ทีมงานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ให้โอกาสรากดินไปแนะนำวิธีใช้เครื่องย่อยเศษอาหาร เพื่อทำการทดลองใช้เครื่องกันจริงๆรากดินเลยยกมาให้ถึงที่กันเลย สัมผัสได้ว่าพี่ๆ แอคทีฟมากจริงๆ มีคำถาม ข้อเสนอแนะไอเดียใหม่ๆ ให้รากดินเก็บไปคิดด้วย ขอบคุณนะคะ รู้เลยว่าพี่ๆ มีความตั้งใจอยากให้องค์กรไปถึงเป้าหมาย zero waste ให้ได้ในอนาคตอย่างแท้จริงหวังว่าเครื่องย่อยของรากดินจะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยพาพี่ๆ ไปถึงเป้าหมายนั้นได้

Read More

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *